MULTIMEDIA

อะไีรดี...วันนี้วันพ่อ ก็ไปทำบุญกับพ่อและแม่มาแล้วเมื่อเช้า
กลับมากลิ้งเกลือกดูหนังจบไปอีก 1 เรื่อง... (Azumi II Death or Love?)

แล้วนอนๆนึกไปว่าเมื่อวันที่ 3 ธันวาทางโรงเรียนเชิญพระมาสวดมนต์เพื่อในหลวง
จำได้ว่าติดใจกับคาถาชินบัญชรมาก เพราะที่โรงเรียนเก่าเคยเปิดเพลงคาถาให้ฟังตอนนั่งสมาธิ
เป็นเพลงที่เพราะมาก เป็นเพลงสวดมนต์นะ...เลยลุกขึ้นมาสลัดตัวขี้เกียจออกไป
แล้วก็มานั่งหา...หาไม่ยากเพราะคีัย์เวิร์ดอยู่ที่ เพลง ชินบัญชร เท่านั้นก็มีให้พรึ่บ

คาถาชินบัญชรนี่เป็นพระคาถาที่สำคัญในพิธีกรรมตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
แล้วต่อมาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสีก็ได้นำมาปรับปรุงแก้ไข
เป็นบทสวดที่ป้องกันอันตราย เหมือนกำแพงที่คุ้มรอบตัว (กำลังนึกถึงมนต์ราชิลด์ของกั๊ชอยู่ - -")

แล้วก็เป็นคาถาที่สวดทำน้ำมนต์แก้โรคภัยได้
พอพูดถึงโรคภัยแล้วก็ึินึกถึงบทสวด โพชฌงคปริต เป็นบทสวดที่รักษาโรคภัย (เค้าว่างั้นนะ)
เอาไว้เดี๋ยวจะมาว่าใหม่ แหะๆ ขอพูดถึงพระคาถาชินบัญชรก่อน

อ้างอิงจาก Wikipedia...


ชินบัญชร
แปลว่า กรง ซี่กรงของพระชินเจ้า

 

ชินบัญชร มาจากคำว่า ชิน ซึ่งแปลว่า ผู้ชนะ อันหมายถึงพระชินเจ้าหรือพระพุทธเจ้า และคำว่า บัญชร ซึ่งแปลว่า กรง ลูกกรง ซี่กรง รวมกันเป็นชินบัญชร ซึ่งเป็นประดุจแผงเหล็กหรือเกราะเพชรที่แข็งแรง สามารถปกป้องคุ้มกันอุบัติภัย อันตรายและศัตรูหมู่มารทั้งปวงได้

 

ชินบัญชร ปัจจุบันใช้เรียกพระคาถาภาษามคธชุดหนึ่ง นัยว่าเป็นนิพนธ์ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี วัดระฆังโฆสิตาราม เรียกว่า พระคาถาชินบัญชร ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถป้องกันสรรพอันตรายทั้งหลายได้เหมือนเกราะเพชรและให้โชคให้ลาภตามที่ปรารถนาได้

 

๑.​ชะยาสะนาคะตา​ ​พุทธา​ เชตะวา​ ​มารัง​ ​สะวาหะนัง​ ​
จะ​ตุสัจจาสะภัง​ ​ระสัง​ เย ปิวิงสุ​ ​นะราสะภา

๒.​ตัณหังกะราทะ​โย​ ​พุทธา​ อัฏฐะวีสะติ​ ​นายะกา​
สัพเพ​ ​ปะติฏฐิตา​ ​มัยหัง​ มัตถะ​เก​ ​มุนิสสะรา

๓.​สี​เส​ ​ปะติฏฐิ​โต​ ​มัยหัง​ พุทโธ​ ​ธัมโม​ ​ทะวิ​โล​จะ​เน
สังโฆ​ ​ปะติฏฐิ​โต​ ​มัยหัง​ อุ​เร​ ​สัพพะคุณากะ​โร

๔.​หะทะ​เย​ ​เม​ ​อะนุรุทโธ​ ​ สารีปุตโต​ ​จะ​ทักขิ​เณ​ ​
โกณฑัญโญ​ ​ปิฏฐิภาคัสมิง​ ​ โมคคัลลา​โน​ ​จะ​วามะ​เก

๕.​ทักขิ​เณ​ ​สะวะ​เน​ ​มัยหัง​ ​อาสุง​ ​อานันทะราหุ​โล​ ​
กัสสะ​โป​ ​จะ​ ​มะหานา​โม​ ​ อุภาสุง​ ​วามะ​โสตะ​เล

๖.​เกสันเต​ ​ปิฏฐิภาคัสมิง​ ​สุริ​โย​ ​วะ​ ​ปะภังกะ​โร​
นิสินโน​ ​สิริสัมปันโน​ ​ โสภิ​โต​ ​มุนิปุงคะ​โว

๗.​กุมาระกัสสะ​โป​ ​เถโร​ ​ มะ​เหสี​ ​จิตตะวาทะ​โก​ ​
โส​ ​มัยหัง​ ​วะทะ​เนนิจจัง​ ​ ปะติฏฐาสิ​ ​คุณากะ​โร

๘.​ปุณโณ​ ​อังคุลิมา​โล​จะ​ ​ อุปาลี​ ​นันทะสีวะลี​ ​
เถรา​ ​ปัญ​จะ​ ​อิ​เม​ ​ชาตา​ ​ นะลา​เฏ​ ​ตีละกา​ ​มะมะ

๙.​เสสาสีติ​ ​มะหา​เถรา​ ​ วิชิตา​ ​ชินะสาวะกา​ ​
เอเตสีติ​ ​มะหา​เถรา​ ​ ชิตะวันโต​ ​ชิ​โนระสา​ ​
ชะลันตา​ ​สีละ​เต​เชนะ​ ​ อังคะมังเคสุ​ ​สัณฐิตา

๑๐.​ระตะนัง​ ​ปุระ​โต​ ​อาสิ​ ​ทักขิ​เณ​ ​เมตตะสุตตะกัง​ ​
ธะชัคคัง​ ​ปัจฉะ​โต​ ​อาสิ​ ​ วา​เม​ ​อังคุลิมาละกัง

๑๑.​ขันธะ​โมระปะริตตัญ​จะ​ ​อาฏานาฏิยะสุตตะกัง​ ​
อากา​เส​ ​ฉะทะนัง​ ​อาสิ​ ​ เสสา​ ​ปาการะสัณฐิตา

๑๒.​ชินา​ ​นานาวะระสังยุตตา​ ​ สัตตะปาการะลังกะตา​ ​
วาตะปิตตาทิสัญชาตา​ ​ พาหิรัชฌัตตุปัททะวา

๑๓.​อะ​เสสา​ ​วินะ​ยัง​ ​ยันตุ​ ​ อะนันตะชินะ​เตชะสา​ ​
วะสะ​ ​โต​ ​เม​ ​สะกิจเจนะ​ ​ สะทา​ ​สัมพุทธะปัญชะ​เร

๑๔.​ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ​ ​วิหะรันตัง​ ​มะฮีตะ​เล​ ​
สะทา​ ​ปา​เลนตุ​ ​มัง​ ​สัพเพ เต​ ​มะหาปุริสาสะภา

๑๕.​อิจเจวะมันโต​ ​ สุคุตโต​ ​สุรักโข​ ​
ชินานุภา​เวนะ​​ ​ ชิตุปัททะ​โว​
ธัมมานุภา​เวนะ​ ​ ชิตาริสังโฆ​ ​
สังฆานุภา​เวนะ​ ​ ชิตันตะรา​โย​ ​
สัทธัมมานุภาวะปาลิ​โต​ ​ จะ​รามิ​ ​ชินะปัญชะ​เรติ



พระพุทธเจ้า​และ​พระนราสภา​ทั้ง​หลาย​ ​ผู้​ประทับนั่ง​แล้ว​บนชัยบัลลังก์​ ทรงพิชิตพระยามาราธิราช​ผู้​พรั่งพร้อม​ด้วย​เสนาราชพาหนะ​แล้ว​ ​เสวยอมตรสคือ​ ​อริยะสัจธรรม​ทั้ง​สี่ประการ​ ​เป็น​ผู้​นำ​สรรพสัตว์​ให้​ข้ามพ้น​จาก​กิ​เลส​และ​กองทุกข์มี​ ๒๘ ​พระองค์คือ​ ​พระ​ผู้​ทรงพระนามว่า​ ​ตัณหังกร​เป็น​อาทิ​ ​พระพุทธเจ้า​ผู้​จอมมุนี​ทั้ง​หมด​นั้น

ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า​ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า​ ​ประดิษฐาน​อยู่​บนศีรษะพระธรรม​อยู่​ที่ดวงตา​ทั้ง​สอง​ ​พระสงฆ์​ผู้​เป็น​อากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณ​อยู่​ที่อก

พระอนุรุทธะ​อยู่​ที่​ใจ​ ​พระสารีบุตร​อยู่​เบื้องขวา​ ​พระ​โมคคัลลาน์​อยู่​เบื้องซ้าย​ ​พระอัญญา​โกณทัญญะ​อยู่​เบื้องหลัง พระอานนท์​กับ​พระราหุล​อยู่​หูขวา​ ​พระกัสสะปะ​กับ​พระมหานามะ​อยู่​ที่หูซ้าย

มุนี​ผู้​ประ​เสริฐคือ​ ​พระ​โสภิตะ​ผู้​สมบูรณ์​ด้วย​สิริดังพระอาทิตย์ส่องแสง​อยู่​ที่ทุกเส้นขน​ ​ตลอดร่าง​ทั้ง​ข้างหน้า​และ​ข้างหลัง พระ​เถระกุมาระกัสสะปะ​ผู้​แสวงบุญทรงคุณอันวิ​เศษ​ มีวาทะอันวิจิตรไพเราะ​อยู่​ปาก​เป็น​ประจำ พระปุณณะ​ ​พระอังคุลิมาล​ ​พระอุบาลี​ ​พระนันทะ​ ​และ​พระสีวะลี พระ​เถระ​ทั้ง​ ๕ ​นี้​ ​จงปรากฏเกิด​เป็น​กระ​แจะ​จุณเจิมที่หน้าผาก

ส่วน​พระอสีติมหา​เถระที่​เหลือ​ผู้​มีชัย​และ​เป็น​พระ​โอรส​ ​เป็น​พระสาวกของพระพุทธเจ้า​ผู้​ทรงชัย​ ​แต่ละองค์ล้วน​ ​รุ่งเรืองไพโรจน์​ด้วย​เดชแห่งศีล​ให้​ดำ​รง​อยู่​ทั่ว​อวัยวะน้อย​ใหญ่

พระรัตนสูตร​อยู่​เบื้องหน้า​ ​พระ​เมตตาสูตร​อยู่​เบื้องขวา​ ​พระอังคุลิมาลปริตร​อยู่​เบื้องซ้าย​ ​พระธชัคคะสูตร​อยู่​เบื้องหลัง พระขันธปริตร​ ​พระ​โมรปริตร​ ​และ​พระอาฏานาฏิยสูตร​ เป็น​เครื่องกางกั้นดุจหลังคา​อยู่​บนนภากาศ

ด้วย​เดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้า​ไม่​ว่า​จะ​ทำ​กิจการ​ใดๆ​ อนึ่งพระชินเจ้า​ทั้ง​หลาย​ ​นอก​จาก​ที่​ได้​กล่าวมา​แล้ว​นี้​ ​ผู้​ประกอบพร้อม​ด้วย​กำ​ลังนานาชนิด​ ​มีศีลาทิคุณอันมั่นคง​ ​สัตตะปราการ​เป็น​อาภรณ์มาตั้งล้อม​เป็น​กำ​แพงคุ้มครองเจ็ดชั้น

ด้วย​เดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้า​ไม่​ว่า​จะ​ทำ​กิจการ​ใดๆ​ เมื่อข้าพระพุทธเจ้า​เข้า​อาศัย​อยู่​ใน​พระบัญชรแวดวงกรงล้อม​ ​แห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า​ ​ขอโรคอุปัทวะทุกข์​ทั้ง​ภายนอก​และ​ภาย​ใน​ ​อันเกิดแต่​โรคร้าย​ ​คือ​ ​โรคลม​และ​โรคดี​เป็น​ต้น​ ​เป็น​สมุฏฐานจงกำ​จัด​ให้​พินาศไปอย่า​ได้​เหลือ

ขอพระมหาบุรุษ​ผู้​ทรงพระคุณอันล้ำ​เลิศ​ทั้ง​ปวง​นั้น​ ​จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า​ ​ผู้​อยู่​ใน​ภาคพื้น​ ​ท่ามกลางพระชินบัญชร​ ข้าพระพุทธเจ้า​ได้​รับการคุ้มครองปกปักรักษาภาย​ใน​เป็น​อันดีฉะนี้​แล

ข้าพระพุทธเจ้า​ได้​รับการอภิบาล​ด้วย​คุณานุภาพแห่งสัทธรรม​

จึง​ชนะ​เสีย​ได้​ซึ่ง​อุปัทวอันตราย​ใดๆ​ ​ด้วย​อานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า​ ​ชนะข้าศึกศัตรู​ด้วย​อานุภาพแห่งพระธรรม​ ​ชนะอันตราย​ทั้ง​ปวง​ด้วย​อานุภาพ​ ​แห่งพระสงฆ์​ ​ขอข้าพระพุทธเจ้าจง​ได้​ปฏิบัติ​ ​และ​รักษาดำ​เนินไป​โดย​สวัสดี​เป็น​นิจนิรันดรเทอญฯ

เครดิต - Wikipedia

บทสรุปของคำแปลก็ประมาณว่าขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มาปกปักษ์รักษาชีวิตจากเหล่าศัตรูและโรคภัยต่างๆด้วย และก็จะมีสาวกของพระพุทธเจ้าแต่ละองค์อยู่รอบๆตัวเราประมาณนั้น

แต่เราว่าที่เป็นอย่างนั้นเพราะว่าเกิดจากจิตเรามีสมาธิ จิตของเราสงบจะทำอะไรก็รู้ตัวเสมอ เลยไม่เิกิดอุบัติเหตุอะไร แล้วก็ที่ไม่เกิดโรคเพราะใจเราไม่เครียด เมื่อใจเราไม่เครียดแล้วโรคก็จะเข้ามาเยือนได้ยาก (เว้นแต่ไปตากฝน นอนดึก ไม่รู้จักเวล่ำเวลาประมาณนั้น - -)

 

เฮ้อ หลังจากออกจากโรงเรียนเก่ามาได้ 3 ปีเศษๆ ก็ไม่ได้ฟังเพลงชินบัญชรอีกเลย
จน...เมื่อหลายเดือนก่อนไปวัดแล้วพระเค้าเปิดเพลงนี้พอดี
แบบว่า...เออ อยากรู้ว่าบทไหน ตอนนั้นไม่รู้ว่าบทไหนเป็นบทไหนด้วย

จำได้แค่บทหลักๆ แต่ชินบัญชรคือได้ยินแค่ชื่อ จำบทสวดก็ไม่ได้
คราวนี้ต้องขอบคุณโรงเรียนที่มีโครงการสวดมนต์ ไม่งั้นเราก็คงไม่ได้มานั่งฟังแบบนี้แน่ๆ ฮ่ะๆ

อื้อ...อยากถามว่าเราแปลกมั้ยที่สนใจเรื่องของธรรมะแบบนี้ (เพราะสอบเรียงความก็เขียนเกี่ยวกับธรรมะไปเต็มๆ)
ไม่รู้สินะ ด้วยความรู้สึกส่วนตัวแล้วคิดว่าโลกนี้ไม่ได้วุ่นวายหรอก แต่คนเราต่างหากที่วุ่นวาย
ถ้าคนเราสงบ อะไรๆที่เป็นอยู่ก็ึคงจะดีขึ้นกว่านี้ (มั้งนะ) แหะๆ

 

^^