ทำไมต้องซีรีย์ญี่ปุ่น . . .
posted on 12 Oct 2007 23:42 by allmost in DRAMASWarn!! - เอนทรีนี้มีเนื้อหายาวพอสมควร ฮ่า...
ฮัดช่า!! โผล่หน้ากันมาให้เห็นอีกแล้ว เอิ๊กๆ ความจริงจะโผล่ตั้งแต่เมื่อกี๊ล่ะ
แต่มีเหตุขัดข้องนิดหน่อย ไม่เป็นไรเป็นความผิดเราเอง =w=
เดี๋ยวค่อยไปถล่ม ten xam กันทีเดียว (เหอะๆ โค้ดลับได้อีก) เอาตังค์ไปแล้วยังไม่ปั๊ดตะนา
ความจริงลืมลง extention ตัวนึงของจิ้งจอกไฟ - - ที่มันจะเซฟหน้าเอาไว้ เฮ้อ...
ช่างๆ มาเขียนใหม่ก็ได้ ไม่แคร์ เอิ๊กๆ
วันนี้โผล่มาด้วยคำถามกันทีเดียว "ทำไมต้องซีรี่ย์ญี่ปุ่น . . ."
จากที่เห็นๆว่าเราเองก็แนะนำซีรีย์ญี่ปุ่นไป ก็คงรู้ว่าเราชอบมาก (แนะไป 2 เรื่อง - -++)
อยากบอกว่ารู้สึกเสียดาย เสียใจ เสียกะตังค์ (ไม่ใช่ล่ะ) เมื่ออยู่ๆฝั่งเจของเราเรตติ้งตกฮวบฮาบ
ซีรี่ย์ญี่ปุ่นตอนนี้อยากจะบอกว่าหาดูไม่ค่อยได้แล้ว (หมายถึงในทีวีไทยน่ะนะ)
เหตุผลนึงที่ทำให้ทำไมต้องซีรี่ย์ญี่ปุ่นก็คือ .. ไม่ชอบดูโทรทัศน์
เป็นเหตุผลที่ดูขัดๆยังไงก็ไม่รู้เนอะ - -"
คงเป็นเพราะตะก่อนชอบดูหนังญี่ปุ่นที่ ITV หรือไม่ช่อง 7 ชอบเอามาฉายมั้ง
แต่ดูไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะว่าไม่เคยดูเต็มๆ มันต้องมีเหตุติดขัดตั้งแต่ต้นจนจบ (เว่อร์)
พอมาสักประมาณพอที่จะรู้เรื่องแล้ว พอที่จะเข้าใจอะไรๆเป็นอย่างดี
ความบูมของกระแสเจแปนก็ทรุดอย่างแรง...เอ๋อกันไปเลยทีเดียว
อันนี้ไม่อยากพูดเพราะดูเหมือนอคติ แต่เหอะนะ คือ หนูไม่ชอบหนังเกาหลี
คือไม่ได้ว่าไม่ดีอะไรนะ เพียงแต่มันก็ต้องมีเหตุผลในตัวใช่มะ เดี๋ยวจะค่อยๆอธิบายไป
คือเริ่มดูหนังญี่ปุ่นแรกๆนี่ก็คือ S.O.S มั้ง (รึเปล่าวะ?) คือไม่รู้อ่ะ ไอ้พระเอกหล่อ...ชื่ออะไรทักๆกี้ๆนี่แหละ
(ขอร้อง...อย่าเอาไปปนกับประเด็นการเมือง เพราะมันไม่เกี่ยวถึงจะทักๆเหมือนกันก็เถอะ!!)
ตอนนั้นไม่สามารถจำฮิเดอากิ ทากิซาว่าได้ เพราะยาวโคตร (ความจริงก็ไม่ยาวน่ะนะ)
แต่จำหน้าเอาไว้ว่าไอ้หมอนี่มันน่ารักนะเฟร้ย!! เล่นกับนางเอกที่รักอีก เคียวโกะ ฟูคาดะ
ก็พยายามที่จะติดตาม (ต้องใช้ความพยายาม) ต่อมาก็ดู Friends หนังข้ามชาติเกาหลี-ญี่ปุ่น
แล้วก็ Big Wings ที่ช่อง 7 เอามาฉายหนังมี 10 ตอน พี่ไทยเราเล่น 5 วันจบ!!! กุเซง
อย่างที่บอก...พอกระแสเจเริ่มหมด ตอนนั้นก็งานชุกชุม ใกล้สอบก็ใกล้
เลยทำให้ .. ทิ้งโทรทัศน์ ไม่ใช่เอาโทรทัศน์ไปทิ้งไว้ในกองขยะนะ อย่าเล่นมุก - -
ไม่ดูโทรทัศน์เลย เลิกเลย เอาแต่อ่านหนังสือลูกเดียว ดูเป็นคนดีมากตอนนั้น (แต่อย่ามาถามตอนนี้)
เพราะทั้งโกรธ ทั้งงอน ทั้งเครียด เหตุผลบลาๆๆ ที่ทำให้ปฏิเสธโทรทัศน์
และเซย์โนตลอดเวลาเมื่อมีคนพูดถึงวงการบันเทิง เพราะไม่รู้เรื่องอะไรเลย - -"
แล้วมันก็ส่งผลพวงมาถึงปัจจุบัน!! ทำให้กลายเป็นคนที่ไม่ดูโทรทัศน์
อาจจะดูแค่ดูข่าวดูบอล หรือดูโฆษณาบางตัวอะไรประมาณนี้
แต่จะให้ดูละครไทยน่ะเหรอ... ฝันไปเถอะ ไม่ดูจริงๆ
ด้วยเพราะว่าความไม่ชอบ ความเบื่อ ความเอียนนานับประการที่ต่อต้านหนังไทย
มองไปช่องไหนๆก็พลอตเดิมๆ พระเอกจน นางเอกรวย พระเอกรวย นางเอกจน
พระเอก-นางเอกจน พระเอก-นางเอกรวย มีตัวโกงเข้ามาตบเข้ามาตี
ส่วนตัวคิดว่าโคตรไร้สาระเลย (อย่ามองหนูอย่างงั้นดิ่)
อีกอย่างที่รำคาญในหนังไทยคือ 'เซนเซอร์' ไม่ทราบว่าจะเซ่อหรือโง่กันแน่
เด็กสามขวบที่ดูมันยังรู้เลยว่าไอ้ที่เซนโง่น่ะ คืออะไร (กองเซนเซ่ออย่าพยายามจะบุกบ้านเลย - -+)
รำคาญตา
แล้วอาการนี้มันหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความที่ว่าถ้ามีใครมาเปิดให้ดูมีเฮบ้านแตกแน่
แต่ช่วงนี้อาการก็ดีขึ้น เพราะนั่งฟังเสียงมันอย่างเดียว
หลับตาแล้วนึกภาพออกเลยว่าตัวละครกำลังทำอะไรอยู่ อย่างที่บอก มันซ้ำกัน...จนไม่ต้องดูก็รู้ =w=
แต่ละครญี่ปุ่นมันไม่ใช่ไง ละครญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่พลอตซ้ำๆซากๆ
คือเค้าหยิบทุกมุมของสังคมออกมาถ่ายทอดให้ชาวโลกรับรู้ เอาเรื่องจริงของคนในสังคมออกมา
โดยที่น้อยมาก...ที่พลอตมันจะซ้ำกันน่ะ
อย่างละครไทยเรื่องล่าสุดที่ดูแล้วรู้สึกเออ ประทับใจนะคงเป็น "บันทึกลูกผู้ชาย"
ที่เอาชีวิตของเด็กวัยรุ่นไทยมาเล่าให้เยาวชนฟังผ่านรูปแบบของละคร
เราว่ามันเป็นเรื่องจริงในสังคม ที่เป็นปัญหามากกว่าการตบตีแย่งผู้ชายกัน
เอามาดูแล้ว ทำให้เรามองสังคมได้กว้างขึ้น
อย่างละครญี่ปุ่นนี่ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องของนักเรียน แต่นักเรียน วัยรุ่นแต่ละเรื่องกลับไม่เหมือนกัน
เพราะว่าสังคมจริงๆแล้ว มันไม่ได้มีคนที่นิสัยแค่อย่างเดียว หรือคนแค่กลุ่มเดียวหรอก
หลืบเล็ก ซอกน้อย หรือมุมอับ...เค้าก็ยังเอาออกมาถ่ายทอดให้คนได้รับรู้
ซึ่ง...พี่ไทยเราไม่สามารถรับได้กับเนื้อหาประเภทนั้น
อย่างเช่นเรื่องพี่รักน้อง หรือเรื่องของโสเภณีที่ขายตัวอะไรทำนองนั้น
ความคิดเรานะ เราว่ามันควรจะนำเสนอออกมา ให้คนเค้ารู้...ว่ามันมีปัญหานี้เกิดขึ้นนะ
เราควรจะหาวิธีแก้ไข ไม่ใช่ปิดหูปิดตาเด็ก แล้วให้เด็กไปเรียนรู้เองอย่างผิดๆ
อย่างนั้นแหละ...ที่มันเป็นปัญหาจริงๆของสังคมไทย เฮ้อ...
กลับเข้ามาพูดเรื่องพลอตเรื่องต่อ อย่างที่ว่าไปแหละญี่ปุ่นจะมีเนื้อหาหลากหลายให้เราเลือกดู
ตั้งแต่ตลกโปกฮาขำกลิ้งตกเก้าอี้ถึงขั้นร้องไห้กับปางตายก็มี...
แต่ละครไทยเหมือนกับว่าบังคับให้คนดูแต่ละครที่ตบตีกันแย่งผู้ชายเท่านั้นนะ
ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้เป็นยังไงบ้างเพราะไม่ค่อยจะได้เปิดโทรทัศน์มานานล่ะ
(วันๆเปิดแต่คอม โหลดหนังญี่ปุ่นบ้าง ฝรั่งบ้างมาดู แหะๆ)
เรื่องที่ดูแบบผ่านๆตาล่าสุดคือเรื่อง...เรื่องอะไรนะ ของฉลอง ภัคดีวิจิตรอ่ะ...
อ้อๆ ชุมแพ (ตอนแรกไปจำฝนเหนือ) ไม่อยากจะบอกว่าดูผลงานของคุณฉลองแล้วผิดหวัง
ผิดหวังตั้งแต่อังกอร์ 2 แล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยเท่าไร พอเรื่องต่อๆมาคือ...ผิดหวังมากๆ
แฟนๆคุณฉลองอย่าเพิ่งโกรธนะคะ เข้าใจว่าค่าเงินบาทมันแข็งตัวขึ้นเรื่อยๆ
ฉะนั้นเรื่องแบ็คกราวหรืออะไรที่ประกอบฉากมันคงจะให้อลังการเท่ากับเมื่อก่อนไม่ได้
เราลองตัดมาที่ฝั่งญี่ปุ่นกันมั่ง ส่วนใหญ่ฉากของเขาแทบไม่ต้องมีอะไรเลย
มีบ้าน มีโรงเรียน มีอะไรทั่วๆไปที่สามารถหากันได้ตามปกติ
ขนาดขบวนการ 5 สียังมีแค่ฉากที่ราบธรรมดาหรือไม่ก็ตัวเมืองญี่ปุ่น
แต่ทำไมเด็กๆถึงติดกันงอมแงม... (รู้นะ ว่าผู้ใหญ่บางคนก็ติด ฮา...)
กลับเข้าเรื่องว่าทำไมต้องซีรี่ย์ญี่ปุ่นต่อ ในตัวละครที่ชอบนั้นนะ
นอกจากพลอต นอกจากนักแสดงแล้วยังชอบคาแรกเตอร์ของตัวละครนั้นๆ
ละครบางเรื่อง ไม่ต้องมีตัวร้ายเลย แต่เรื่องนั้นกลับมีความขัดแย้งทำให้สามารถดำเนินเรื่องไปจนจบได้
ในชีวิตจริงเราคงไม่ได้เจอตัวร้ายทั้งวันหรอกจริงมั้ย...
ละครที่อยากแนะนำก็คือ Proposal Daisakusen ที่เคยแนะนำไปแล้ว
เรื่องนี้ไม่มีตัวร้าย ไม่มีตัวโกง!! เออ...แล้วมันผ่านไปได้ยังไง!??
คงเพราะความร้าย ความโกงนั้นเฉลี่ยไปที่ตัวละครแต่ละตัวมั้ง
โดยจะเน้นไปทางตาพระเอกซะส่วนใหญ่ (พระเอกดำเนินเรื่องนี่หน่า...)
ไอ้ตัวโกงนั้นมันอยู่ควบคู่กับความดีของตัวละครไง แล้วไอ้สิ่งที่โกงในละครเรื่องนี้คือ 'หัวใจ' ของตานั่นเอง
ถ้าใจของตานี่กล้าสักหน่อย เข้าไปสารภาพรักนางเอก ขอแต่งงาน...เรื่องนี้คงจบตั้งแต่แผ่นแรก
แต่มันไม่ใช่...ใจของตานี่นี่แหละ ร้ายสุดๆ มัวแต่รอโอกาส รอนู่น รอนี่...สุดท้ายแล้ว
เขาก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงอดีตได้ เป็นเพราะใจมันโกงไง
แล้วอีกอย่างในเรื่องของตัวละครที่ชอบคือ ไม่มีใครดีสุดๆและเลวสุดๆหรอก
ถ้าเป็นหนังไทยพระเอกก็จะประมาณว่าโอ้ว ฉันน่ะคนดีนะ...หรือไม่ก็ ฉันน่ะมันเถื่อน มันเลว มันชั่ว!!
ความสับสนทางความคิดเราก็มีให้เห็นได้น้อยมากกก ในหนังไทย
ลองดูหนังญี่ปุ่นนะ...พูดไปสักแปปนึง จะเงียบแล้วก็จะเป็นเสียงความคิดของตัวเอง
ซึ่ง...หนังไทยไม่มี ถ้ามีก็มีแต่ว่าคิดถึงคำพูดของพระเอกหรือไม่ก็อ่านจดหมายประมาณนั้น
ยกตัวอย่างง่ายๆที่ใครๆน่าจะรู้จักกับละครเรื่องนี้เลยนะ 'Nobuta wo Produce'
ทาง ITV เคยเอามาฉายในชื่อไทยว่า ปฏิบัติการโนบุตะ...เปลี่ยนเธอให้สวยปิ๊ง~
เรื่องนี้ความขัดแย้งของความคิดตัวละครมีให้เห็นอย่างเด่นชัด!!
คือ...ชูจิที่อยากจะเปลี่ยนนางเอกให้กลายเป็นคนป๊อปประมาณเนี้ย...
แต่ว่าในใจของเขาก็กลัวว่านางเอกจะดังกว่าตัวเอง เลยทำให้รู้สึกไม่อยากจะทำสักเท่าไร
แค่เนี้ยมันก็บ่งชี้แล้วว่าหมอนี่เป็นคนนะ ไม่ใช่เทวดารูปหล่อที่จุติมาเกิด
ทั้งๆที่อยากจะทำความดี แต่ก็กลัวนางเอกดังเกิน - -++
ตามที่เราดูนะ เราคิดว่าชูจิเนี่ยเป็นคนคนนึงที่เห็นแก่ตัว
เห็นแก่ตัวไม่ใช่เรื่องที่ผิดนะ เป็นพื้นฐานการใช้ชีวิตของคนด้วยซ้ำไป
เพียงแต่ว่าจะเอามาใช้ตอนไหนให้ดูไม่เลวมากเท่านั้นแหละ
คนทุกคนย่อมเห็นแก่ตัวทั้งนั้น จริงมั้ย!?
นอกจากนี้นะ นิสัยของตัวละครเป็นสิ่งที่หาได้จากคนทั่วๆไปรอบๆตัวเราทั้งนั้น
คนที่อยากจะให้คนอื่นเห็นตัวเองเป็นคนสำคัญ...
คนที่อยากจะเด่น อยากจะดัง อยากจะนู่น อยากจะนี่
คนที่โกหกเพื่อที่จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆมากมาย
ตัวเอก...พระเอก...นางเอก ไม่จำเป็นต้องนิสัยดี
แต่ขอแค่มีความเป็นคนก็พอ ไม่ใช่ว่าดีเลิศประเสริฐศรีราวกับทำความดีมาสิบชาติ (หนูไม่ได้เหน็บแนมใครนะ)
อีกเรื่องที่คิดว่าหลายคนน่าจะรู้จักก็คือ Gokusen 1-2 ชื่อไทยที่ช่อง 7 เอามาฉายคือ
"ลูกสาวเจ้าพ่อขอเป็นครู" ดูๆแล้วเหมือนยัยคุมิโกะเนี่ยจะเป็นครูที่ดี มีคุณสมบัติความเป็นครูเต็มร้อย
แต่ความคิดเรา เราว่าไม่ใช่นะ...
เธอคิดว่าความคิดเธอเองเป็นใหญ่ แต่ในละครตามบทแล้วนักเรียกพวกนี้ก็ต้องค่อยๆหัวอ่อนใช่มะ
สมมติว่าเธอไปเจอคนที่ไม่ยอมอ่อนให้ล่ะ เขาก็มีความคิดของเขานี่...
ความคิดของคนไม่มีใครถูกหรือผิดหรอกนะ ต่อยู่ที่ว่าเหตุผลของคนคนนั้นคืออะไรต่างหาก
พอดูละครแล้วย้อนมาดูตัว...เรากับยัยนี่นิสัยข้อนี้ก็เหมือนกันนี่หว่า - -;; ต้องปรับปรุง ฮ่า...
อันนี้ที่หยิบมา 3 เรื่องพล็อคเรื่องยังไม่ซ้ำกันสักเรื่องเลย นี่แหละความหลากหลาย ความจริงก็ยังมีอีกเยอะนะ
เช่น Ichi Rittoru no Namida เรื่องนี้เอามาจากชีวิตของเด็กผู้หญิงคนนึงที่เป็นโรคที่ไม่รักษาได้
แล้วเธอมีความพยายามที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ เรื่องนี้สอนให้เรารู้ถึงคุณค่าของชีวิตเลยทีเดียว...
ถ้าโครงเรื่องคล้ายๆกันก็จะมี Taiyou no Uta แต่อันนี้รู้สึกนางเอกจะเป็นนักดนตรีหรืออะไรสักอย่างด้วยมั้ง
(นางเอกคนเดียวกับอิจิลิตรเหอะ) แล้วเป็นโรคอะไรสักอย่างนี่แหละ โครงเรื่องแนวๆเดียวกัน...แต่ก็มีความแตกต่าง
อ้อ! ลืมๆ พูดถึงตัวละครร้ายบ้าง ของญี่ปุ่นนี่เค้าร้ายแบบมีเหตุมีผล ไม่ใช่ร้ายเพราะผกก.สั่ง (ฮา..)
อย่าเรื่องโนบุตะเนี่ย ตัวร้ายของเรื่องคืออาโออิซัง ซึ่งแกล้งทำเป็นดีกับนางเอก
แต่ที่แท้จริงแล้วชีนั่นแหละ ตัวมหาซวยของนางเอกเลย (ดูมันพูดเข้า - -++)
แต่ที่เธอร้าย...เธอบอกเหตุผลว่า มันไม่ยุติธรรมที่ทำไมนางเอกต้องเป็นคนที่ได้รับความสนใจ
หรือการเทคแคร์จากคนอื่นมากมาย (ก็เพราะเป็นนางเอกน่ะสิ อิหนูนี่!! >> ไม่ใช่ล่ะ)
แล้วคนอื่นล่ะ คนอื่นๆที่ต้องการได้รับสิทธิ์ตรงนั้นบ้าง ทำไมถึงไม่ได้ (ก็ไม่ใช่นางเอกนี่ - -* ฮ่ะๆ)
แต่เรื่องนี้ที่เราชอบมากเพราะว่าเป็นการเอาเรื่องจริงของสังคมญี่ปุ่นมาผูกเข้ากับเนื้อหา
เรื่องจริงที่เป็นปัญหามากๆคือการโดนกลั่นแกล้ง เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก (เค้าว่ากันมานะ)
เพราะทำให้เด็กบางคนถึงขนาดไม่ไปโรงเรียน บางรายถึงกับฆ่าตัวตาย อั่ก!! น่ากลัว
แล้วที่เคยอ่านพวกนิยายหรือฟิคของญี่ปุ่นมา เค้าแกล้งกันแรงมาก...
แบบขนาดที่ว่าทำป้ายวิญญาณแล้วให้เพื่อนๆมากราบไหว้ แกล้งทำเป็นร้องไห้
ทำแบบตั้งโลงศพแล้วทำเป็นมองไม่เห็นคนที่โดนแกล้งอ่ะ...
น่ากลัวเนอะ...
ขอพักยกสักห้านาทีได้มั้ย ปวดหัวแล้วตอนนี้...
โอเคกลับมาต่อ นอกจากไอ้เรื่องพลอต เรื่องความขัดแย้ง เรื่องคาแรกเตอร์แล้ว
สิ่งที่ประทับใจใครหลายๆคนคงเป็นเพลงประกอบฉาก/ละครใช่มั้ยล่ะ
ไอ้เพลงบรรเลงติ่งติ๊งน่ะแหละ ละครแต่ละเรื่องจะมีเพลงเป็นของตัวเอง
โห...ไอ้เราก็แบบ นับถือเฮียๆแกกันเลย แต่เพลงเค้าเพราะจริงๆนะ
บางเพลงฟังดึกๆแล้วหลอนๆ เสียวสันหลังกันไปเลย ฮ่า...
ส่วนพี่ไทยน่ะเรอะ? เพลงเดียวใช้สัก 10 เรื่อง
ฟังจนแบบ...เอ้อ เนาะ =w= บางเรื่องเปิดมานี่ไม่เข้ากับฉากเล้ยย
ฟังแล้วรู้สึกสับสนกับการรับภาพทางสายตา - -++ (อย่ามองอย่างงั้นดิ่ ไม่ได้อคตินะ จริงจริ๊งงง)
ส่วนเพลงประกอบละครที่มีคนร้องนะ ส่วนใหญ่พี่ไทยออกแนวรักๆใคร่ๆใช่มะ
มีน้อยเรื่องนะที่เพลงจะมีความหมายดีพาร้องไห้
ของพี่ไทยนี่แนะนำมากเพลง 'พ่อ' ของคุณชรัส อ่ะค่ะ...ฟังกี่ทีแล้วน้ำตาก็จะไหล
อีกเพลงก็เพลง 'เพื่อน' ที่ประกอบเรื่องทีเด็ดครูพันธุ์ใหม่จิตพิสัยเดือด
ส่วนของเฮียแจ๊ป...เค้าออกแนวให้กำลังใจมากกว่า กับความพยายาม
เพราะอันนี้พี่สาวเราบอกมาว่าคนญี่ปุ่นเชื่อเรื่องความพยายามมากกว่าโชคชะตา
แล้วพวกนี้...มันก็นำพาไปสู่คำพูดโดนใจหลายประโยคเลย
ที่ทำให้เรารู้ว่าคนญี่ปุ่นเชื่อเรื่องความพยายามจริงๆนะ เช่น
"ถึงชีวิตจะตกลงไปในที่ที่ต่ำที่สุด แต่ชีวิตก็ยังไม่จบ..." >> Nobuta wo Produce
คงจะประมาณว่าให้สู้ต่อไป...ชีวิตมันยังต้องดำเนินต่อไปประมาณนั้น
ออกแนวชีวิตไม่สิ้น ก็ยังคงดิ้นต่อไป~ (ร้องถูกมั้ยเนี่ย?)
มันทำให้เราเชื่อเรื่องความพยายามไปด้วยเลย นั่งเขียนนี่ก็ใช้ความพยายามด้วยนะ
ถ้าเราพยายามแล้ว ไม่ว่าอะไรทีได้มาเราก็ว่ามันคุ้มค่านะ เพราะเราพยายามแล้วนี่หน่า
แต่อย่างนึงที่หาไม่ได้จากละครอื่นๆคือ 'ตอนน้อย' ไม่เคยดูละครชาติไหนที่ตอนน้อยเท่านี้มาก่อนเลย
เลยโหลดค่อยสบายมือสบายใจหน่อย ขืนมี 30 ตอนนี่ไม่ต้องโหลดกันรากงอกเลยรึ
สิบตอนกว่าๆนี่เราว่ากำลังดีนะ แต่มาฉายที่ไทยไม่ค่อยจะดี...ปกติละครญี่ปุ่นจะเล่นประมาณ 50 นาทีกว่าๆ
เราว่ามันเป็นเวลาที่กำลังพอดีแล้วล่ะ...คือถ้านานกว่านั้นเราว่าเราเบื่อล่ะ
เป็นพวกเหมือนไฮเปอร์แอคถีฟ ไม่ค่อยอยู่นิ่งๆนาน ยกเว้นอยู่หน้าคอม ฮ่าๆ
แต่หน้าคอมนี่พิมพ์ไปก็เล่นบอร์ดไป พิมพ์ไปก็เปิดบล็อกคนอื่นดูไปนะ - -;;
เราขอยกตัวอย่างหนังเกาหลีเรื่องนึงที่ใช้เวลาได้ไม่เหมาะสมเอามากๆ คอเคทั้งหลายก็ขอโทษด้วยนะคะ
นั่นคือเรื่อง "จูมง" อะไรกู้ๆแผ่นดินนี่แหละจำไม่ได้ ฉายนานมาก...แบบเวลา/หนึ่งวันนะ
คือ...แม่เราดู ที่ว่าชอบติดตามมากนี่ยังหลับเหอะ เราก็ฟังเสียงเอา...แบบ ยังไม่จบอีกเรอะ!??
มันทำให้คนดูพาลเบื่อเอาง่ายๆ โดยเฉพาะบ้านเรา ฮ่า...
แต่อย่างที่ว่า ถ้ามาฉายที่ไทยนี่ห้ามพลาดเลย เพราะไม่งั้นงงแน่ๆ เหอ~
เนื้อเรื่องเค้ากระชับ ดำเนินเรื่องเร็ว ไม่ต้องให้นางเอกกับพระเอกจูบกันจนปากเบินเบอก่อน
นั่นแหละคือส่วนที่ชอบ...ถ้าเกิดให้ทำอะไรที่มันนานๆมันจะสติแตก
(ยกเว้นเวลาอ่านบล็อก / ดูบอล / เล่นไพ่ (FreeCall) นะ)
แต่อย่างที่ว่าเหอะ...ญี่ปุ่นมันหัวการตลาดเยอะ
ชอบทำออกมาให้เราค้างคาแล้วบอกว่าดูตอนต่อไปได้ใน DVD SET BOX นะ
แม้จ้าว!! แล้วกระผมจะไปหาซื้อจากที่ไหนล่ะ - -++ ปั๊ดดิ๊โธ่!!
ก็ต้องรอคนอัพอย่างเดียว ฮ่า...
สรุปเหตุผลที่ทำไมต้องซีรี่ย์ญี่ปุ่นก็มีอยู่ดังนี้
1. หลายแนว พลอตเยอะ
2. ตัวละครมีความขัดแย้งในตัวเอง
3. เพลงเพราะ ซาวน์รื่นหู
4. ประโยคเด็ดๆ โดนๆ
5. เนื้อหากระชับ ฉับไว ไม่ยืดยาด
6. ตัวละครมีเหตุมีผล!!
เฮ้อ...ปวดหัวจี๊ดดอีกแล้ว TTwTT ไม่เป็นไรเพื่อความสุขเล็กๆน้อยๆ
แล้วคุณล่ะ ชอบหรือไม่ชอบอะไรในซีรีย์ญี่ปุ่น
ปล. Entry นี้ออกจะยาวสักหน่อย // เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ ใครมีอะไรเสนออย่างอื่นไม่ว่ากันอยู่แล้ว~
ความกระชับมีชีวิตชีวา
และแทรกอุดมคติในชีวิตได้กลมกลืน
#1 By wesong on 2007-10-13 01:08