Ichi Rittoru no Namida [1 Liter of Tears]

posted on 11 Oct 2007 16:05 by allmost  in DRAMAS

Ichi Ritoru no Namida 1リットルの涙

ฮัดช่า...มาแล้ว โผล่มาแล้วหลังจากนั่งโง่บรมอยู่ตั้งนาน
ตอนนี้ exteen รูปแบบใหม่ก็เริ่มชินแล้วล่ะมั้ง ฮ่าๆ

 

วันนี้ไปเจอหนังเรื่องนึงในกรุ (ความจริงก็ไม่เก่าขนาดนั้นนะแค่ 2 ปีเอง)
ซีีรีย์ญี่ปุ่นอีกแล้ว~ เหตุผลนึงที่ชอบดูซีรีย์ญี่ปุ่นเพราะมีหลายแนวดี

 

หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องนี้ "One Liter of Tears"
เราคนนึงขอค้าน!!! มันไม่ใช่น้ำตาหนึ่งลิตรล่ะ เป็นน้ำตาหนึ่งโอ่งแทนมากกว่า

 

ดูเรื่องนี้แล้วได้อะไรมากกว่าน้ำตาที่เสียไปนะ...(แค่พูดน้ำตาก็ไหลล่ะ)
เ้รื่องนี้เป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง
ชื่อโรคก็คือ Spinocerebellar Atrophy เป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาได้
คนที่เป็นโรคนี้จะตายอย่างทรมานมากเลยค่ะ

 

คือก่อนที่เขาจะตายนี่คือเขาไม่สามารถทำอะไรได้
การเคลื่อนไหวทุกอย่างมันจะช้าลง เวลาจะทำอะไรมันจะสะดุด อะไรประมาณเนี้ย

 

แต่นางเอกของเรื่องคืออายะจังเนี่ย ไม่ยอมแพ้กับโรคร้ายที่มันเข้ามา
คิดดูนะ...จากที่เป็นนักบาสของโรงเรียน กลายเป็นคนที่เดินไม่ได้ มันน่าเจ็บปวดเนอะ
อายะพยายามที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ถึงแม้จะมีเรื่องที่โรงเรียนหรืออะไรก็ตาม

 

ที่โรงเรียนคือว่าอายะไม่สามารถเดินได้ตามปกติใช่ม๊ะ
ทำให้เวลาเข้าเรียนช้ากว่าคนอื่น แล้วเวลาจะจดอะไรก็จะช้ากว่าคนอื่น
เพื่อนๆในห้องเลยคิดว่าอายะเป็นตัวถ่วงของห้องทำให้พวกเธอเรียนช้าประมาณนั้น

 

อายะตัดสินใจที่จะลาออกจากโรงเรียน...แล้วไปอยู่โรงเรียนของคนที่เป็นโรคนี้
แล้วสิ่งที่คุณหมอประจำตัวของอายะให้ทำคือให้อายะเขียนไดอารี่ทุกวัน
อายะก็ฝืนเขียน แบบ...มือมันจับปากกาไม่ได้ไง ก็ต้องใช้อะไรรัดมือเอาไว้แล้วเขียน

 

เออ เราดูแบบ...สงสารอ่ะ

 

แล้วอะไรที่เธอเขียนไปในไดอารี่ก็แบบ...ปวดใจมากเลย เช่น...
"ทำไมโรคนี้ต้องเลือกหนูด้วย..." คือ...แบบ ความรู้สึกมันท่วมท้นมากเลย

 

แต่เรื่องนี้ดูแล้วทำให้เราเข้าใจอะไรๆที่เป็นครอบครัวมากยิ่งขึ้น
ดูแล้วอยากเข้าไปกอดแม่ อยากเ้ข้าไปกอดพ่อ...

 

ครอบครัวของอายะก็ไม่ได้รวยมาก พ่อของอายะต้องออกไปทำงานเพิ่มเพื่อจะซื้อวีลแชร์ให้
ตอนนั้นอายะไม่สามารถเดินได้อย่างปกติแล้ว แต่ก็พอเดินได้...

 

แล้วก็มีตอนนึงที่เล่นเราร้องไห้จนเหนื่อยเลย...

 

ตอนที่อายะอยู่ที่โรงพยาบาล คือต้องนอนคนเดียวเพราะแม่ก็มีงาน มีน้องอยู่ที่บ้านอีก
แล้วอายะรู้สึกเหงาหรือว้าเหว่ประมาณนั้น...อายะออกมาจากห้องเพื่อจะโทรศัพท์หาแม่
แต่ด้วยว่าการเคลื่อนไหวที่ช้าลงทำให้เธอไม่สามารถโทร.ออกได้
(กดปุ่มไม่ได้อ่ะ...แบบกดแล้วค้างแล้วมือมันไปต่อไม่ได้) เธอพยายามโทร.หลายครั้งมาก

 

ฉากก็ตัดไปที่้บ้านของอายะ แม่ของอายะที่อยู่ที่บ้านเริ่มมีความรู้สึกแปลกๆ
เลยจะออกไปโรงพยาบาล แต่พ่อของอายะบอกว่ามันดึกแล้ว แต่ความเป็นแม่...
ทำให้เธอออกไปจนได้...

 

แล้วภาพที่พบก็คืออายะนอนหลับคาโทรศัพท์ที่พยายามจะโทร.หาแม่
ฉากนี้ดูแล้วแบบ...โอ้ยย อธิบายไม่ถูกอ่ะ มันแบบ...
เข้าใจแล้วว่าความรู้สึกของคนเป็นแม่เวลาที่ลูกมีเรื่องไม่สบายใจเป็นยังไง

 

แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้มีแค่ครอบครัวของอายะน่าสงสารคนเดียว
คนที่น่าสงสารอีกคนคือคุณหมอมิซึโนะ คุณหมอของอายะ

 

คือก่อนที่จะมารับการดูแลอายะเนี่ย คุณหมอเคยดูแลรักษาเด็กผู้ชายคนนึงมาก่อนแล้ว
เด็กคนนั้นคือเด็กแบบ ยังเด็กอยู่เลยประมาณเจ็ดแปดขวบได้มั้ง
เด็กคนนั้นก็เป็นโรคเดียวกับอายะเหมือนกัน

 

หมอมิซึโนะที่ยังมีภาพสุดท้ายของเด็กคนนั้นตามมาหลอกหลอนเขาเองก็เครียด
เพราะว่าคำพูดของเด็กก็คือ "ทำไมโรคนี้ต้องเลือกผมด้วย..."

 

เป็นหมอก็เครียดเนอะ เจอภาพที่ติดตาแบบนี้...

 

แล้วอีกตอนที่ทำให้ร้องไห้ทั้งพ่อและลูก (เรากับพ่อเรานี่แหละ)
อันนี้เล่าให้พ่อฟังตอนที่รอพี่ชายกลับมาจากโรงเรียน

 

เป็นตอนที่ครอบครัวของอายะไปไหว้พระกัน แล้วทางลงจากวัดเป็นบันไดใช่ม๊า
อายะเดินลงไม่ได้ พ่อของอายะเลยต้องให้ขี่หลังลงมา
ความจริงตอนนี้มันก็ไม่เศร้าเท่าไรหรอกนะ แต่ว่าคำพูดของพ่อเราทำเอาบ่อน้ำตาแตก

 

"คนที่เป็นพ่อน่ะ...ทำเพื่อลูกได้ทุกอย่างแหละ"

 

พิมพ์ไปน้ำตาไหลไป *ปาดน้ำตา* ตอนนั้นก็ร้องไห้แบบเด็กขี้แยเลย
ร้องไห้เพราะว่าหนังมันยังติดอยู่ในใจ พ่อมาพูดแบบนี้ด้วยก็แบบ...นะ

 

หนังเรื่องนี้ร้องไห้ได้ตั้งแต่แผ่นแรกยันแผ่นสุดท้าย
ขนาดสปอยภาคสเปเชี่ยลยังพาน้ำตาแตกได้อีก

 

อีกตอนที่เราชอบนะ (ไอ้นี่ชอบทุกตอน ฮ่า..) คือตอนที่น้องชายของอายะมีแข่งบอล
แล้วฮิโรกิ (น้องชายอ่ะนะ) ไปบอกกับเพื่อนว่ามีพี่ที่เก่ง เป็นนักบาสโรงเรียนอะไรประมาณเนี้ย
แต่พอเพื่อนได้มาเห็นอายะตอนนี้ก็แบบ...เนี่ยนะ พี่นาย เดินเหมือยเพนกวินเลย
(คืออายะจะเดินช้าลง ขาก็จะเหมือนโก่งๆ เวลาเดินมันจะเหมือนนกเพนกวิน)

 

ฮิโระฟังแล้วก็แบบ อาย...ไม่อยากให้ใครเห็นพี่สาวตัวเองแบบเนี้ย
อาโกะพี่สาวอีกคนก็รู้เรื่องนี้เพราะว่าไปเจอฮิโระกับเพื่อนพอดี
เลยลากน้องชายกลับบ้านแล้วก็ว่าๆประมาณว่าแบบ..

 

ถึงพี่สาวจะทำอะไรได้ไม่เหมือนพวกเราแต่เขาก็ยังพยายามปักเสื้อให้นาย
แล้วนายทำอะไรให้พี่สาวได้มั่งล่ะ อะไีรประมาณเนี้ย...

 

คืออายะปักป้ายที่เสื้อบอลของฮิโระน่ะนะ น่าสงสารมากเลย
มือก็แทบจับอะไรไม่ได้แล้ว ยังพยายามปักให้น้องชายอีก
แต่ด้วยความที่กลัวว่าน้องจะอายเพื่อน อายะเลยบอกไปว่าไม่ว่างประมาณเนี้ย
พรุ่งนี้ที่เป็นวันแข่งบอลเธอขอไม่ไปนะ...

 

แต่ฮิโระที่รู้สึกผิดเลยเขียนการ์ดเล็กๆให้บอกว่าไปให้ได้นะ
จบๆ ตอนนี้จบเถอะ จำไม่ค่อยได้ แต่ชอบ...

 

จากที่แม่ของอายะเขียนให้อายะ...(เราบอกไปยังว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงของเด็กผู้หญิงวัยเพียง 15 ปี)

 

To Aya,
It's already been a year since i haven't seen you.

Aya? Are you walking? Are you eating? Are you able to laugh out loud and talk?
Even though okaasan isn't by your side,everyday are you well?
Okaasan is only worried about these things.

Aya, because of you, a lot of people have started thinking about their purpose of being alive.
Thinking that to be able to spend everyday normally,give me a really happy and warm feeling.
And to feel the warmth of those around them,to those whohave the same disease as you and are in pain,they realised that thay aren't alone.

Even though you cried so many tears,because of this, you produced your many phrases, and touched many people's hearts.

Hey Aya, over there, you won't cry anymore, right?Okaasan, wants to meet the smiling you, just once more. I want to see you.

อ่านแล้วซึ้งอ่ะ...Okaasan - mom นะ...เครดิตยกให้ Sakuramagic @ Popcorn เลย

 

อย่างที่บอก...เรื่องนี้ให้อะไรมากกว่าน้ำตาที่เสียไป
ทำให้เราเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่ คนไหนที่เคยคิดอยากตาย อยากฆ่าตัวตาย
ขอร้องเลย มาดูเรื่องนี้เถอะค่ะ...แล้วจะรู้ถึงคุณค่าของชีิวิต

 

แล้วองค์ประกอบอื่นๆเช่นนักแสดง เพลงประกอบฉาก ฉาก หรืออะไรก็ตาม
เรื่องนี้มีคะแนนเท่าไรขอให้เต็มเลย...

 

เพลงเป็นเพลงที่เศร้า...ไม่สิ ให้กำลังใจมากกว่า
อย่างเพลง Only Human ของ K เพลงนี้ดีจริง...ฟังกี่ทีๆก็อยากร้องไห้

 

เฮ้อ...เป็นเอนทรีย์ที่พิมพ์ำไปร้องไห้ไป ฮ่า...

 

ยังไม่ได้พูดถึงอีกหลายตอนแหละ...เพราะถ้าพูดคงจะยาว ไม่จบง่ายๆ
เพราะมันต้องพูดถึงตัวละครเสริมอย่างอาโซคุงที่อายะตัวจริงอยากให้มี

เขา...เป็นผู้ชายที่ดีจริงๆ 

แอบปล. เราดูเป็นซับอิงค์ อาจจะมีคำพูดอะไรที่แปลกๆไปบ้าง ก็ดูไปร้องไห้ไป...
ขอยืนยันอย่างเดิม ว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีเรื่องนึงเลย...!!

ปล.อีกนิด...เราเล่าแบบนึกตอนไหนได้ก็เอามาพูดนะ ไม่ได้เรียงตอน TTwTT 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ชอบแถบไซด์บาร์ภาษาไทยที่ใช้ภาษาไทย น่ารักดี
หนังเรื่องนี้หาดูได้จากไหนครับ เห็นสปอยล์มาแล้วอยากดู

#1 By palermos on 2007-10-11 17:12

เราไปขอรุ่นพี่มาดู...ฮ่า (เป็นคนไม่ลงทุนอย่างแรง)
หรือไม่ก็ลองหาโหลดใน http://www.d-addicts.com/forum/

surprised smile

#2 By ..the allmost.. on 2007-10-11 17:19

ดูเรื่องนี้แล้วร้องไห้เยอะมากกกกกกกกกก
น้ำตาไหลทุกตอนเลยค่ะ เศร้าสุดๆ

แต่ว่าดูแล้วมีกำลังใจมากๆเลย เวลาฟังเพลง Only Human ก็เหมือนกัน น้ำตาซึมเลยค่ะ
รู้สึกว่าเป็นซีรีย์ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยดูมาเลย

อีกอย่าง...หมอเท่ 555+

#3 By ::Materia Hunter::^^ on 2007-10-11 18:00

เราก็เพิ่งดูเรื่องนี้ไปเมื่อตอนเดือนสิงหา
เศร้าแบบ...เหี่ยวๆ
ช่วงประมาณสี่ตอนแรกก็ธรรมดานะ แต่หลังจากนั้น
เราก็จะร้องไห้ทุกตอน พอดูหนังจบแล้วมานั่งดูเอ็มวีที่มีภาพอายะก็จะร้องไห้
ที่เราว่ามันน่าสงสารที่สุดก็คือ พระเอกกับนางเอกรักกัน
แต่ก็ไม่สามารถที่จะรักกันได้...

เศร้าจริงๆ

#4 By Cheshire_XxX on 2007-10-11 18:16

ดูซี่รี่ย์เรื่องนี้จบแล้วค่ะ

ซึ้งมากๆเลย ตอนจบใครร้องไห้มั่งค่ะ

สำหรับใครที่ยังไม่ดูไปหาดูให้ได้นะค๊ะ

ทางช่องไทยพีบีเอสก้อมี

ทุกๆวัน จันทร์ อังคาร

2 ทุ่มครึ่ง

อย่าลืมดูนะคะ

เรื่องนี้ซึ้งมากๆ

เห็นเค้าบอกกันว่า

ผู้ชายอก 3 ศอกก้อร้องไห้มาแล้ว

#5 By Pang (222.123.168.181) on 2008-05-19 13:17

T_____________________T
ดูเหมือนกันค่ะ
ร้องไห้ทุกครั้งที่ดูเลย
ยิ่งอ่านจากที่นี่แค่อ่านก็ร้องไห้แล้วอ่ะ
เราไม่ได้ดูแผ่นอ่ะ
เศร้าเนอะ
เฮ้อออออออออออออออ

#6 By ~.::♥lllKaEwlll♥::.~ on 2008-05-19 22:00