เอนทรีย์นี้ไม่มีประเด็นการเมืองค่่ะ
(แต่หัวเอนทรีย์ล่อเป้ามั้ยนะ? แต่นั่นคือสิ่งที่จะสื่อออกมาจริงๆค่ะ)

 

 

 

 

ก่อนอื่น... กลับมาแล้วนะคะ
รู้สึกว่าตัวเองจะหายไปนานมาก เพราะว่าอะไรหลายๆอย่าง ฯลฯ

 

 

วันนี้ความจริงก็เลยปีใหม่มาหลายวันแล้วเหมือนกัน แต่ว่าอยากเขียนเอนทรีย์แบบนีี้มาตั้งแต่ต้นปีแล้วล่ะค่ะ เป็นความประทับใจในอาชีพต่างๆที่เจอะเจอมาในปีที่แล้ว

 

อันแรกขอเป็น 'ตำรวจ' เลยค่ะ เพราะว่าประทับใจเอามากๆ

 

 

1.

เมื่อก่อน เราเป็นคนที่มีอคติกับบุคคลที่มีอาชีพ 'ตำรวจ' ขนาดหนักเลยล่ะ
อาจจะเป็นเพราะมีอะไรหลายๆอย่างทำให้เราเครียดพอสมควร  แล้วก็ความรู้สึกตงิดๆในใจด้วย

 

แบบว่าไม่ชอบขนาดที่บอกกับพี่ชายที่สอบนายร้อยว่า เลือกอะไรก็เลือก อย่าเลือกตำรวจเลย
(แต่พี่ชายก็ไม่เลือกตำรวจนั่นแหละ เพราะแกชอบเครื่องบินมากกว่า)

 

เราดำรงความคิดนั้นมาแบบ...นานมากกกกกกกกก
คือพูดง่ายๆว่า ถ้าไม่มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น เราก็ยังมีอคติกับตำรวจอยู่ดีล่ะมั๊ง

 

อาจจะเพราะภาพตำรวจที่ออกมาจากสื่อในบ้านเรา มันไม่ได้แสดงถึงความน่าประทับใจในสายตาเรา
แล้วบางทีการตัดสินของตำรวจในบางครั้ง มันก็กึ๊ดๆกับความรู้สึกด้วย (...เรานี่มันอาร์ตตัวแม่ชัดๆ - -)

 

แต่ว่า มันก็มีเหตุการณ์ที่มาเปลี่ยนทัศนคติของเรา

 

 

 

2.

มันเริ่มจากตรงนี้...

 

เราเป็นคนนครสวรรค์ แล้วมีวันนึงในช่วงต้นเทอมที่พระเทพฯจะมาเปิดพุทธอุทยาน
ซึ่งห้องเราก็ได้รับให้ไปรับเสด็จ

 

โอเค เราก็ไป ก็ไม่ได้ว่าอะไร
แล้วคือตรงนั้น แดดถึงขั้นว่าร้อนมากๆ เพราะว่าไม่มีต้นไม้ใหญ่อยู่เลย
(รู้สึกจะสร้างมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ลงต้นไม้ได้ไม่ทั่วมั๊ง)

 

แล้วเราก็ยืนรอรับเสด็จ ความจริงคือเราจะยืนอยู่ท้ายขบวน ซึ่งเป็นที่ที่รถจะจอดใกล้ที่สุด
แต่ว่ามันก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ซึ่งเราจะต้องไปอยู่ต้นขบวนแทน
อารมณ์นั้นเราเจ็บใจอ่ะ ไม่ได้เจ็บใจอะไรนะ แต่แบบว่า...ผู้ใหญ่จะทำอะไรมีแผนกันหน่อยได้มั้ยคะ?

 

คนนึงบอกให้ไปทางขวา อีกคนบอกให้ไปทางซ้าย

 

ขอโทษนะ...จะให้เราไปทางไหน !?

 

เราก็แบบ...ไม่เป็นไร ร้อนก็ไม่เป็นไรหรอก เราเองก็มาด้วยใจใช่ปะล่ะ
อาจจะไม่ได้เห็นพระเทพฯ แต่การได้มารับเ้สด็จท่านเราก็ว่าเราโชคดีแล้วล่ะ

 

เราก็ยืนกันแดดก็ส่องหน้า...

 

ไม่นานเท่าไร...พระเทพฯก็เสด็จมาถึง
แล้วก็จะมีรถที่ติดตามพระองค์มาอีกเยอะแยะเลยใช่มั๊ยคะ?

 

ความรู้สึกตอนนั้นคือ ให้ยืนนิ่งๆต่อไปไม่ไหวแล้วอ่ะ ตาเริ่มเบลอ หัวมันวิ้งค์ๆ
แล้วมองไปทางเพื่อนคือก็ำพอๆกัน แล้วปัญหาหลักมันก็คือ...

 

ข้าวกลางวันกินกันไม่เต็มที่อ่ะ !

 

คือปกติแล้วก็กินกันไม่ึค่อยเยอะหรอกนะคะ แต่พอมันมาอยู่รวมกันกว่าสามสิบชีวิตแล้ว
เหมือนกระเพาะมันจะขยายขึ้น แถมพวกเราเสียพลังงานไปกับการเก็บขยะที่คนอื่นกินไว้อีก
(ก่อนรับเสด็จ อาจารย์ให้พวกเราไปเก็ยกวาดบริเวณที่เลี้ยงอาหารไง สนุกดี...)

 

เริ่มมีอาการจะเป็นลมกันแล้วค่ะ

 

แล้วตอนนั้น...เหมือนในหนังอ่ะ
แบบว่า มีตำรวจคนนึงเดินลงมาจากรถ แล้วก็เปิดท้ายรถ

 

 

 

แล้วก็กลับมาพร้อมกับน้ำเปล่าเย็นๆ สองสามขวด
คือตำรวจคนนั้นก็ยื่นมาให้เรา แต่เราก็ถ้ารับเลยมันดูไม่ดีใช่มั้ยล่ะ
เราก็เลยบอกไปว่า "ไม่เป็นอะไรค่ะ..."

 

คือไม่ใช่เี่ราคนเดียวที่พูดอ่ะ พี่มหา'ลัยที่ยืนข้างเราก็พูดเหมือนกัน คือก็เกรงใจด้วยแหละ
คุณตำรวจคนนั้นเขาเลยดุบอกว่า "ผู้ใหญ่ให้ของ ต้องรับเข้าใจมั้ย!?"

 

แล้วก็ยัดน้ำมาในมือเรา

 

ตอนนั้นคือแทบร้องไห้อีกรอบแน่ะ...เราก็เลยขอบคุณ
แล้วก็แกะน้ำแบ่งกันกินกับเพื่อน

 

ทีนี้...กินยังไม่ทันหมด

 

ก็เริ่มมีน้ำผลไม้ แล้วก็อะไรที่มันเย็นๆกับหวานๆ มาให้คนที่ยืนแถวๆต้นขบวนแหละ
ต่อมาก็เริ่มเป็นของหนักท้อง ขนมปัง อะไรทำนองเนี้ย

 

คือเราก็พยายามจะปฏิเสธนะ
แต่ก็ถูกดุมาตลอดว่า ผู้ใหญ่ให้ของน่ะ ต้องรับนะ ปฏิเสธไม่ได้หรอก

 

ก็ยืนรอกันสักพัก คงเกือบๆชั่วโมงแหละ
คุณตำรวจคนนั้นก็ชวนคุยตลอดเลย แบบ...เด็กแถวๆนั้นน่ะนะ
แล้วคือแบบ ความรู้สึกเราคือแบบ ประทับใจ ขอบคุณมากๆนะคะ 

 

แล้วเรากับพี่มหาลัยไม่เคยรู้จักกัน ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนนะ
ก็ยัง เฮ้ย น้องไหวมั้ย? พี่คะ...ดื่มน้ำมั้ยคะ? ส่วนตัวคือรู้สึกตื้นตันมาก

 

แล้วพอพระเทพฯจะทรงเสด็จกลับ คุณตำรวจเขาก็บอกว่าเออยืนดีๆนะ
แบบอย่าเพิ่งเป็นลมไปซะล่ะ

 

 

 

3.

หลังจากวันนั้น...ความรู้สึกเราเปลี่ยนไปเลยล่ะ
คงเพราะว่าตัวเองเป็นคนแพ้ความใจดีด้วยแหละมั๊ง

 

อีกอย่างก็คงไม่เคยเห็นตำรวจใจดีกับประชาชน หรืออาจจะไม่เคยสัมผัสกับตัวเอง
(ไม่ได้หมายความว่าตำรวจไม่ดีนะคะ แต่เราแค่ไม่เคยเห็นเอง แหะๆ)

 

เป็นความประัทับใจที่เราไม่ลืมเลยล่ะ

 

ไม่ใช่เพราะว่าคุณตำรวจให้ขนม
ไม่ใช่เพราะคุณตำรวจให้น้ำ

 

แต่ว่าเพราะ...คิดว่าคุณตำรวจถ้าเกิดไม่ลงมา ก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอก
แต่เขายังใส่ใจกับเด็กๆที่ยืนกันโงนเงน ปาดเหงื่อ หน้าแดงๆกัน (รวมแล้วอาจจะเกือบ 20 ชีวิต)
แต่เขายังรู้สึกห่วงใยกับพวกเราที่เป็นประชาชนตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้อะไีรเลย

 

เออ...ถ้าพูดแบบความรู้สึกตอนนี้คือ

 

ประทับใจว่ะ (เถื่อนไปมั้ย!!!)

 

แล้วก็...ขอบคุณนะคะ
ถ้าไม่มีคุณตำรวจในวันนั้น พวกหนูอาจจะได้สัมผัสกับประสบการณ์น็อคกลางแดดก็ได้ค่ะ

 

 

ยังไงก็...ขอบคุณมากๆ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ